สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไบรตัน ( 2 )

โดยสโมสรเคยเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศเพียง 4 ฤดูกาล ในช่วงทศวรรษที่ 80 เกียรติประวัติสูงสุดของสโมสรที่เคยได้คือ รองแชมป์เอฟเอคัพเมื่อปี ค.ศ. 1983 โดยเข้าชิงชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่และมีเกียรติประวัติมากกว่า โดยนัดแรกสามารถเอาเสมอไปได้ 2–2 ที่สนามของตนเอง ทำให้ต้องมีการแข่งกันในนัดที่สอง ปรากฏว่าไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียนเป็นฝ่ายแพ้ไป 4–0 และในการแข่งขันฟุตบอลลีกหรือลีกอาชีพไม่ว่าระดับใดก็ยังไม่เคยได้แชมป์  อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสร สโมสรเคยคว้าแชมป์เซาท์เทิร์นลีก ดิวิชัน 1 ซึ่งเป็นลีกสมัครเล่นได้ในฤดูกาล 1909–1910

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไบรตัน ( 1 )

สโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน (อังกฤษ: Brighton & Hove Albion Football Club  ən ) เป็นสโมสรฟุตบอลจากนครไบรตันและโฮฟ เทศมณฑลอีสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ มักเรียกโดยย่อว่า ไบรตัน ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ โดยมีสนามเหย้าคือสนามกีฬาฟัลเมอร์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส คอมมิวนิตี สเตเดียม โดยสนามแห่งนี้มักถูกเรียกโดยย่อว่า ดิ เอเม็กซ์ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน มีฉายาว่า The Seagulls ที่แปลว่านกนางนวล รวมถึงใช้นกนางนวลเป็นสัญลักษณ์บนตราสโมสร เนื่องจากสโมสรมีที่ตั้งอยู่ในนครไบรตันและโฮฟ ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลที่มีนกนางนวลอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสโมสรมีคู่แข่งสำคัญคือสโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 40 ไมล์

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย ฟ้าเพชรน้อย ส.จิตรพัฒนา ( 2 )

หลังจากเสียแชมป์ ฟ้าเพชรน้อยกลับมาชกใหม่ใน พ.ศ. 2550 โดยไปชกที่ ญี่ปุ่น แพ้คะแนน โทโมโนบุ ชิมิสึ (ต่อมาได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก) กลับมาชกชนะในไทยอีก 2 ครั้ง ก็ได้ไปชกที่ญี่ปุ่น แพ้คะแนนไดกิ คาเมดะ(ต่อมาได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก) ทำให้ได้รับการสนับสนุนให้ชิงแชมปืโลกเยาวชนเฉพาะกาลรุ่นแบนตัมเวทของสภามวยโลกเมื่อ 30 พฤษภาคม 2551 ชนะน็อค ดรากอน เช็ง ยก 3 ได้กลับมาครองแชมป์อีกครั้ง หลังจาก ฟ้าเพชรน้อยป้องกันตำแหน่งได้เพียง 3 ครั้ง ฟ้าเพชรน้อยครบกำหนดเกณฑ์ทหารต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ จึงหยุดชกไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ในขณะที่ต้นสังกัดกำลังดำเนินการขอตัวฟ้าเพชรน้อยออกมาชกป้องกันแชมป์ ฟ้าเพชรน้อยก็ประสบอุบัติเหตุ ขี่มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า ซี 50 ชนต้นไม้เสียชีวิตเมื่อตอนกลางคืนที่บ้านทรายขาว อำเภอเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ขณะมุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านนาทม อ.เสลภูมิ เสียชีวิตไปเสียก่อนด้วยวัยเพียง 20 ปี

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย ฟ้าเพชรน้อย ส.จิตรพัฒนา ( 1 )

ฟ้าเพชรน้อย ส.จิตรพัฒนา หรือนายปิยะพงษ์ สอแสวง เกิดเมื่อ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2531 ที่ จ.ร้อยเอ็ด เสียชีวิตเมื่อ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552 รวมอายุได้ 21 ปี สถิติการชก 26 ครั้ง ชนะ 23 (น็อค 14) แพ้ 3

 

ประวัติ

ฟ้าเพชรน้อยเริ่มชกมวยสากลครั้งแรกเมื่อ 20 เมษายน 2547 ชนะน็อค ยอดแสนเชิง ส.สกุลชัย ยกแรก จากนั้นจึงได้ชิงแชมป์โลกเยาวชนรุ่นฟลายเวทของสภามวยโลก เมื่อ 21 พฤษภาคม 2547 ผลปรากฏว่าเป็นฝ่ายชนะคะแนน จอห์น เร วีราโน ได้ครองแชมป์ และขึ้นชกป้องกันตำแหน่งได้ถึง 8 ครั้ง จนเริ่มมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว จนมาเสียแชมป์ให้ ลิโต ซิสนอริโต โดยแพ้น็อคในยกที่ 5 เมื่อ 26 พฤษภาคม 2549

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย โอเล่ห์ดง ศักดิ์เสมอชัย ( 9 )

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 12 พฤศจิกายน 2555 ชนะคะแนน ฮิโรยูกิ ฮิซากาตะ (ญี่ปุ่น) ที่ เวทีมวยชั่วคราว ศาลากลาง จ.สระบุรี

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 29 มีนาคม 2556 ชนะทีเคโอ ยก 7 ริชาร์ด การ์เซีย (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว ศาลากลาง จ.ชัยภูมิ

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 24 กรกฎาคม 2556 ชนะฟาล์ว ยก 6 โยบุ ทาคายาม่า (ญี่ปุ่น) ที่ เวทีมวยชั่วคราว สนามกีฬา จ.ลำพูน

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 31 ตุลาคม 2556 ชนะคะแนน จิโอวานนี่ เอสคาเนอร์ (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว อาคารยิมเนเซี่ยม สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 30 พฤษภาคม 2557 ชนะทีเคโอ ยก 4 โนริ โมราเลส (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว อาคารยิมเนเซี่ยม สนามกีฬาสุระกุล ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

พฤศจิกายน 2558 ถูกปลดเนื่องจากไม่ได้ป้องกันตำแหน่งนานเกินกำหนด [9]

ชื่อในการชกมวยชื่ออื่น ๆ

โอเล่ห์ดง กระทิงแดงยิม

โอเล่ห์ดง ซีพีเฟรชมาร์ท

แชมป์มวยโลกชาวไทย วันเฮง มีนะโยธิน ( 5 )

แชมป์เงารุ่นมินิมั่มเวท WBC (2552-2556)

ชิงแชมป์ 24 ธันวาคม 2552, ชนะคะแนน เจย์สัน ราโตนี่ (  ฟิลิปปินส์) ที่ ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 30 เมษายน 2553 ชนะคะแนน โรเนลเร เฟเลลาส (  ฟิลิปปินส์) ที่ ห้างสรรพสินค้าอยุธยาปาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 6 สิงหาคม 2553 ชนะคะแนน เจย์สัน ราโตนี่ (  ฟิลิปปินส์) ที่ ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน

แชมป์มวยโลกชาวไทย วันเฮง มีนะโยธิน ( 4 )

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 25 เมษายน 2551 ชนะคะแนน ซอฟยัน เอฟเฟ็นดี (ธงของประเทศอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย) ที่ กรุงเทพมหานคร

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 29 สิงหาคม 2551 ชนะน็อค ยก 6 โจ กุ๊กชุก (ธงของประเทศเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ) ที่ เวทีมวยชั่วคราว สถานีรถไฟสระบุรี

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 31 ตุลาคม 2551 ชนะคะแนน อาร์เด็น ดาร์เลียร์ (  ฟิลิปปินส์) ที่ ตลาดโชคชัยสี่ กรุงเทพมหานคร

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 25 กุมภาพันธ์ 2552 ชนะคะแนน อาดี นุกุง (  อินโดนีเซีย) ที่ ห้างสรรพสินค้าอยุธยาปาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 26 มิถุนายน 2552 ชนะคะแนน รูเอล รากูเนโล (  ฟิลิปปินส์) ที่ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 2 ตุลาคม 2552 ชนะน็อค ยก 3 จัสติน โกลเดนบอย (  อินโดนีเซีย) ที่ จังหวัดนครพนม

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์ ( 8 )

ชีวิตส่วนตัว สมศักดิ์สมรสแล้ว มีลูกสาว 1 คน และลูกชาย 2 คน ปัจจุบันตั้งรกรากใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลังแขวนนวมแล้ว สมศักดิ์มีอาชีพเป็นอาจารย์ประจำสถาบันการพลศึกษาเชียงใหม่ โดยสอนมวยไทยและมวยสากล ทั้งสอนมาตั้งแต่ยังชกมวยอยู่ และยังสอนที่ศูนย์กีฬาแห่งความเป็นเลิศ ของสถาบันการพลศึกษาเชียงใหม่อีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังเป็นกรรมการตัดสินมวย และยังเป็นเจ้าของค่ายมวย “ส.สมศักดิ์” ที่ลูกชายทั้ง 2 ก็เป็นนักมวยอยู่ด้วย

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์ ( 7 )

จากนั้นสมศักดิ์จึงชกเคลื่อนไหวอีกหลายครั้ง ทำฟอร์มชนะรวด และต้องมาชกตัดเชือกเพื่อค้นหาผู้ที่จะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท WBA ต่อไป กับ พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม นักมวยไทยด้วยกัน เจ้าของอดีตชมป์เฉพาะกาลรุ่นแบนตั้มเวท ของ WBA เมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งมวยคู่นี้เป็นที่สนใจอย่างมากของแฟนมวยชาวไทย และผลปรากฏว่าสมศักดิ์เป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอในยกที่ 4 ไป จนในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553 สมศักดิ์แพ้น็อกยกที่ 4 ต่อ เฟอร์นันโด ออติช นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมศักดิ์จึงประกาศแขวนนวมไปในที่สุด

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 71 )

6 ปีผ่านไป ในปี 1981 ยูเวนตุส ตัดสินใจซื้อรอสซี่คืนมาในราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวคือ 5 แสนปอนด์  อิตาลี ไปสเปนโดยไม่ได้ถูกคาดหวังสูงจากกองเชียร์ และโชว์ฟอร์มรอบแรกแบบ”ห่วยแตก” เพราะทั้งๆที่อยู่ร่วมสายกับทีมที่ไม่ได้จัดว่า”น่ากลัว” คือโปแลนด์ แคเมรูน และเปรู แต่อิตาลีก็หวิดตกรอบแรก

3 นัดในรอบแรก 3 นัด อิตาลียิงได้เพียง 2 ประตูโดยไม่รู้จักคำว่า”ชนะ” แต่ก็ผ่านเข้ารอบด้วยประตูได้เสียเหนือกว่า